เลี้ยงกบในกระชังส่งออกที่ อำเภอขาณุวรลักษบุรี
" ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นต่อไป เริ่มจากปลาดุก มาหยุดที่กบในกระชังของครอบครัวทองดี "

การเลี้ยงกบเล็ก ในกระชัง
กบใหญ่ในกระชัง
สภาพกระชังการเลี้ยงกบ
 
ชัชพล วงศ์แก้ว * * *
  ถ้ามีใครพูดว่า เราเป็นกบในกะลาคลอบ คงจะไม่ดีแน่ แต่ถ้าพูดถึงเราว่าเราเลี้ยงกบในกระชังส่งออก
รู้สึกว่าภูมิใจ ที่สินค้าที่เราผลิตขึ้นมาแล้ว ชาวต่างประเทศเขายอมรับได้
 
  ครอบครัว ทองดี ของพี่ทอง ทองดี และพี่ลำดวน ทองดี ผู้เป็นภรรยา พร้อมทั้งลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่
ชั้น ม.3 คงจะมีความรู้สึกภูมิใจไม่น้อย ที่สามารถผลิตสินค้าจนเป็นที่ยอมรับของชาวต่างชาติได้ ถึงแม้ว่าพี่ทอง
ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว มีร่างกายที่ไม่สมบูรณ์นัก เพราะเคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนประสาทสันหลังพิการ
ไม่สามารถขับรถได้มาหลายปี
 
  พี่ทอง และพี่ลำดวน ได้เล่าให้ฟังว่า พี่ลำดวนต้องทำงานหนัก หาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียว โดยทำไร่มันสำปะหลัง 35 ไร่ และเลี้ยงปลาดุกเพื่อเสริมราย แต่การเลี้ยงปลาดุก ได้กำไรน้อย เลี้ยง 3 เดือน ได้กำไรหมื่นกว่าบาท ต่อมามีคนมาแนะนำให้เลี้ยงกบในกระชัง เริ่มแรกได้ทดลองซื้อพ่อแม่มา 2 คู่ ๆ ละ 400 บาท และซื้อลูกกบมาเลี้ยง
อีก 200 ตัว ๆ ละ 3 บาท ปีแรก ๆ ได้กำไรไม่มากเพราะเลี้ยงน้อยและไม่ค่อยมีความรู้เรื่องกบ และตลาดยังราคาไม่ดี ต่อมามีคนแนะนำให้พ่อค้าที่ส่งกบไปไต้หวัน มารับซื้อกบ จึงทำให้มีตลาดรองรับที่แน่นอน และราคาก็ดีกว่าเดิม คือช่วงฤดูฝน ราคาจะอยู่ที่ กิโลกรัมละ 35 บาท แต่ถ้าฤดูหนาว ราคากิโลกรัมละ 50 - 60 บาท น่าสนใจมากทีเดียว
ทีนี้เราลองมาดูการเลี้ยงกบในกระชังกันดูนะครับ
 
  ต้นทุนในการเลี้ยงกบในกระชัง  
  ค่าพันธ์ลูกกบ ตัวละ 1 บาท  
  ค่าอาหารกบ 10,000 ตัว เป็นค่าอาหาร 20,000 บาท (กบโต 10,000 ตัว หนักประมาณ 1.5 ตัน)  
  ค่าอุปกรณ์ ในการทำกระชังในการเลี้ยงกบ 10,000 ตัว ใช้เงิน 5,000 บาท (กระชังใช้ได้ 5 ปี)  
  เมื่อรวมต้นทุนในการเลี้ยงกบ 10,000 ตัว ใช้เงินทุน ประมาณ 35,000 บาท  
  วิธีเลี้ยงกบในกระชัง  
  ทำกระชังขนาด กว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร กระชังขนาดนี้ จะเลี้ยงกบได้ประมาณ 1,500 - 1,800 ตัว
ในกระชังเราจะใช้แผ่นโฟมวางเพื่อใส่อาหารกบ อาหารที่ให้ก็เป็นอาหารปลาดุกอาหารก็ให้ตามขนาดของกบ
ถ้ากบเล็กก็ให้อาหารเบอร์เล็ก โดยให้วันละ 2 เวลา คือ ช่วงเช้า กับช่วงเย็น สำหรับปริมาณที่ให้ จะมากหรือน้อย
ให้สังเกตดูครั้งแรกกบกินอาหารหมดหรือไม่ ถ้ากินหมดก็ให้อาหารเพิ่มอีก ถ้ากินไม่หมดก็ให้อาหารลดลง

 
  ในการเลี้ยงกบแต่ละรุ่นใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็จะจับขาย กบโต 10,000 ตัว จะหนักประมาณ 1.5 ตัน
ขายได้เงินประมาณ 77,000 บาท
 
  การทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาอุปสรรคเสมอ ในการเลี้ยงกับก็เช่นกัน ก็มีปัญหาบ้าง เช่นโรคของกบ
คือ กบเป็นแผล ซึ่งเกิดจากเชื้อราที่เป็นในช่วง ฤดูฝนแต่ก็ป้องกันได้โดยใช้ยาฟ๊อก 200 คลุก กับอาหาร
ให้กบกิน สามารถรักษาได้
 
 

เป็นไงครับ การเลี้ยงกบในกระชัง ลงทุน 35,000 บาท ใช้เวลาเลี้ยง 3 เดือน สามารถขายได้ 77,000 บาท
เมื่อหักต้นทุนแล้ว ได้กำไร ประมาณ 42,000 บาท เฉลี่ยรายได้ต่อเดือน ประมาณ 14,000 บาท
นอกจากนั้น จากการที่พี่ทอง และพี่ลำดวน เป็นคนที่มีความขยัน เป็นคนสู้ชีวิต และเป็นคนใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ
เดี๋ยวนี้ นอกจากเลี้ยงกบแล้ว ยังเพาะลูกกบเองและเพาะเพื่อขาย ให้แก่เพื่อบ้านที่หันมาเลี้ยงกบด้วย

 
 

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น จากที่ ต้องซื้อลูกกบมาเลี้ยง จนเดี๋ยวนี้สามารถเพาะ
ลูกกบได้เองและขายให้เพื่อนบ้านด้วย ถือได้ว่าครอบครัวทองดีประสบผลสำเร็จ ในระดับหนึ่ง
แล้วท่านล่ะไม่สนใจที่จะเลี้ยงกบในกระชังบ้างหรือครับแต่ถ้าสนใจ สอบถามรายละเอียด
ได้ที่ ครอบครัว ทองดี เลขที่ 106 หมู่ที่ 12 ตำบลบ่อถ้ำ อำเภอขาณุวรลักษบุรี
จังหวัดกำแพงเพชร หรือที่ ผู้อำนวยการศูนย์บริการ และถ่ายทอดเทคโนโลยี
การเกษตรประจำตำบลบ่อถ้ำ หรือที่ สำนักงานเกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี
ได้ทุกวัน ในเวลาราชการนะครับ..

 
 
* * * จากจดหมายข่าวส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี
จังหวัดกำแพงเพชร ปีที่ 6 ฉบับที่ 8 ประจำเดือน กันยายน 2545