การใช้สารสะเดาควบคุมศัตรูพืชผัก

  สะเดา เป็นไม้โตเร็ว เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อนที่มีปริมาณน้ำฝน ตั้งแต่ 400 - 1,200 มิลลิเมตร
เป็นพืชทนอากาศแห้งแล้งได้ดีสามารถขึ้นได้ในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ
การขยายพันธุ์ ใช้วิธีการเพาะเมล็ด      โดยเก็บเมล็ดที่สุกล้างให้สะอาดนำไปเพาะ ทันทีเมื่อสะเดาโตอายุ 5 ปี
ก็จะเริ่มให้ผลผลิต การใช้สะเดาป้องกันกำจัดศัตรูพืชใช้เมล็ด และใบ แต่ที่นิยมมาก ได้แก่ เมล็ด ซึ่งที่สามารถจำกัด
แมลงศัตรูพืชที่ดีกว่าใบ   สารสะเดา มีสารมีชื่อว่า  อะซาดิแรกติน  หรือที่เกษตรกร เรียกว่า  น้ำมันสะเดา  ใช้กำจัด
ศัตรูพืชได้ผลดี สะเดา มี 3 ชนิด ได้แก่ 1. สะเดาอินเดีย 2. สะเดาไทย 3. สะเดาช้าง
  สะเดาที่พบเห็นในบ้านเรา คือ สะเดาไทย ผลสุกในเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม เมล็ดสะเดา (แห้ง)
มีสารอะชาดิแรกติน   ออกฤิทธิ์ในการป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช   โดยเป็นสารฆ่าแมลง   ขับไล่แมลง  
หยุดกินอาหาร    ยับยั่งการเจริญเติบโตแมลงลอกคราบไม่ได้ และว่างไข่น้อยลง
  วิธีเก็บเมล็ดสะเดา เมื่อผลสะเดาสุก ในช่วงเดือน เมษายน ถึง พฤษภาคม ให้เก็บผลสะเดามาบีบเอาเนื้อออกให้
หมดจนเหลือแต่เมล็ด จึงนำไปตากหรือผึ่งลมให้แห้งแล้วเก็บไว้ในภาชนะที่ระบายอากาศได้ดี เก็บไว้ 1 ปี
(อายุเก็บเกิน 1 ปี ประสิทธิภาพลดลง)
  วิธีใช้ ฉีดพ่นในเวลาเย็น  และผสมกับจับใบด้วย  จะไดผลดี  5  -  7  วัน/ครั้ง  แมลงศัตรูพืชผัก
ที่สารสกัดสะเดากำจัดได้ผลดี ได้แก่ หนอนใยผัก หนอนเจาะยอดคะน้า หนอชอนใบหนอนกระทู้
หนอนหลอดหอม เป็นต้น .....
 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร โทร. 055-711060